เปิดนาทีพบนักโทษหลบหนีทั้งโซ่ตรวนซ่อนในโกดังร้างข้างโรงพยาบาล

26 พ.ย. 2565

       จากกรณีที่นักโทษชายคดียาเสพติดหลังหลบหนีออกจาก ตึกอายุรกรรมชายโรงพยาบาลพล จ.ขอนแก่น ขณะผู้คุมควบคุมนักโทษเข้ารักษาตัว ทราบชื่อ  นช.บัณฑิต ดินจันทึก อายุ 41 ปี ชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังอยู่ระหว่างไล่ล่าติดตาม

      เจ้าหน้าที่ต่างเร่งติดตามนักโทษ โดยกล้องวงจรปิดจับภาพขณะหลบหนีออกจากโรงพยาบาลเมืองพล  โดยหาตัวนักโทษใน อ.สีคิ้ว   จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิด   ที่คาดว่าอาจจะหลบหนี   สอบถามนางสมหมาย ดินจันทร์ทึก  อายุ 59 ปี แม่ของนักโทษ  เล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยรับโทษมาก่อนแล้ว เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน หลังจากพ้นโทษออกมาก็ได้มาอาศัยอยู่กับแม่และพ่อช่วยกันทำไร่ทำสวนปลูกข้าวโพดเลี้ยงแพะ ส่วนลูกชายได้หายตัวออกไปเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม  2565  ครอบครัวคิดว่าอาจจะไปเที่ยวหาเพื่อน หายไปเกือบหนึ่งเดือนติดต่อไม่ได้  จึงให้หลานสาวติดต่อ จนทราบว่าลูกชายได้ขับรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนไปโดนจับที่เขตของจังหวัดขอนแก่น    แต่ไม่ทราบว่าในพื้นที่ใด    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้สอบถามไปยังศาลว่ามีชื่อของลูกชายโดนคดีหรือโดนจับหรือไม่   ทราบว่าลูกชายโดนจับในพื้นที่ สภ.พล จังหวัดขอนแก่น 
       แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดจึงไม่สามารถที่จะไปเยี่ยมลูกชายได้เพราะทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันโควิดยังไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมแต่สามารถเยี่ยมผ่านระบบออนไลน์ได้  จึงให้ทางญาติลงทะเบียนและติดต่อทางเรือนจำ ไม่ทราบว่าลูกชายมีแรงจูงใจอะไรจึงถึงได้หลบหนีออกมาจากโรงพยาบาล  ยอมรับว่าลูกชายเคยมีประวัติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยากจะฝากไปถึงลูกชายขอให้เข้ามามอบตัวอย่าได้หลบหนี 
 


    ด้าน น.ส.ออม (นามสมมุติ) ลูกสาว อายุ  21  ปี กล่าวว่า พ่อแม่แยกทางกันส่วนตัวเองก็ไปเรียนในตัวเมืองไม่ค่อยได้อยู่กับทางครอบครัว    ส่วนสาเหตุที่พ่อหลบหนีออกจากโรงพยาบาลตัวเองก็ไม่ทราบสาเหตุซึ่งก่อนหน้านี้วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565    ตัวเองพึ่งโทรไปเยี่ยมพ่อในเรือนจำพ่อ  ได้สอบถามความเป็นอยู่ของปู่และย่าเหมือนทุกครั้งที่โทรไปเยี่ยมพ่อ พ่อก็ไม่ได้พูดคุยหรือระบายความในใจอะไรว่าอยากจะหนีหรือออกไปข้างนอกแต่อย่างใด ตัวเองก็เพิ่งมาทราบข่าวตอนเช้าตอนที่ทางเจ้าหน้าที่ของทางเรือนจำติดต่อมาสอบถาม    ตอนนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งว่าพอได้หลบหนี  หลังจากที่ทราบข่าวจึงโทรให้ปู่และย่ามารับเพราะไม่มีกำลังใจที่จะเรียนต่อ   ตอนที่ทราบว่าพ่อโดนจับและได้เข้ารับโทษที่เรือนจำ  พยามสอบถามพ่อว่าทำไมถึงไม่ติดต่อที่บ้านพ่อบอกว่าไม่อยากให้ลูกรู้กลัวว่าจะผิดหวังในตัวพ่อ  แต่สำหรับหนูหนูรับได้ในทุกสิ่งที่พ่อเป็นอยากจะให้พ่อเข้ามอบตัวให้พ่ออยู่จนครบและออกมาอยู่ กันแบบเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอีกครั้ง
 

     ทางด้าน นายศฤงคาร ทองใบ ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชฑัณชำนาญงาน (ชุดเฉพาะกิจเรือนจำกลางคลองไผ่) เปิดเผยว่า    ได้ลงพื้นที่ติดตามค้นหานักโทษหลบหนีได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่ และผู้บัญชาการเรือนจำเมืองพล   ให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว คาดว่านักโทษอาจจะหลบหนีมาที่บ้าน   จึงสั่งให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษเรือนจำคลองไผ่เข้าตรวจสอบและพูดคุยกับทางครอบครัวของนักโทษ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบตัวหลังจากนี้ก็ยังจะมีกันเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด


      ขณะที่เจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอพล  ประสานสมาคมวี.อาร์.กู้ภัยมิตรภาพเมืองพล เปิดปฏิบัติการปูพรมค้นหานักโทษที่หลบหนี   บริเวณป่าด้านหลังโรงพยาบาลพล ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบ โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ทุกคนเริ่มปฏิบัติการ   ได้กระจายกำลังออกปูพรมค้นหา ซึ่งพื้นที่โดยรอบมีโกดังร้างอยู่กลางป่าเป็นป่ารก  ทางเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันปูพรมประมาณ 5 นาที ก็พบตัวนักโทษชายบัณฑิต นอนนิ่งหลบซ่อนอยู่ในรถยนต์เก่าไม่สามารถใช้งานได้ ในโกดังร้าง ซึ่งนักโทษชายบัณฑิตได้มุดเข้าไปทั้งโซ่ตรวนที่ติดขาและได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดที่ชั้น 1 ของตึกศัลยกรรมชาย รพ.พล โดยทางเจ้าหน้าที่ทันทีที่พบตัวก็ได้ตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ที่กำลังค้นหามาช่วยกันจับ ก่อนจะใส่กุญแจมือและนำตัวออกมาจากรถยนต์เก่า   ในสภาพอิดโรยเนื่องจากยังไม่ได้กินข้าวก่อนที่เจ้าหน้าที่เรือนจำจะควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
 

   นายพนมกร  พจนา ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอ  กล่าวว่า   ถูกจับในคดียาเสพติด 6,000 เม็ด พื้นที่สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น ถูกควบคุมตัวมาคุมขังที่เรือนจำอำเภอพล ช่วงปลายเดือนตุลาคม  2565  ช่วงที่ถูกคุมขัง มักมีอาการปวดท้องบ่อยครั้ง   ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พยาบาลของเรือนจำดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่นักโทษมีอาการปวดรุนแรง จึงประสานแพทย์ที่รพ.พลมาตรวจดูอาการ แพทย์สงสัยว่าน่าจะเป็นไส้ติ่ง จึงต้องส่งตัวไปรักษาในรพ.พล ในช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา   จึงส่งตัวนักโทษเข้าไปรักษาที่รพ.พล  โดยการตรวจของแพทย์ในเบื้องต้นก็ยังสงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่ง แต่ต้องประสานแพทย์เฉพาะทางมาตรวจซ้ำอีกครั้งในเช้าวันที่ 25 พ.ย.

   แต่ช่วงที่รอแพทย์เฉพาะทางมาตรวจนั้น  แพทย์ในรพ.ให้นักโทษนอนพักรอตรวจที่ตึกศัลยกรรมชาย รพ.พล การนำตัวนักโทษไปรักษานอกเรือนจำนั้น จะมีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำเฝ้าตลอดเวลา ซึ่งในเคสของ  นักโทษชื่อนายบัณฑิตก็เช่นกัน  เป็นช่วงที่ต้องพักรักษาตัวในรพ.พลก็เป็นช่วงเดียวกับที่มีนักโทษอีกรายนอนรักษาตัวในจุดเดียวกัน จึงมีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำเฝ้านักโทษที่รักษาตัวในรพ.พล รวม 3 นาย  แต่ช่วงที่นักโทษหนีนั้นไม่มีใครเห็น และอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จโดยเร็วที่สุดว่า เกิดความบกพร่องในจุดใดหรือไม่

    จากการตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่านักโทษจะหลบหนีนั้น พบว่านักโทษหนีออกทางด้านหลังอาคาร วิ่งไปยังสถานที่ก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลหลังใหม่ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก แล้วปีนรั้วกระโดดหนีออกไป  ซึ่งจุดที่ปีนรั้วหนีนั้น อยู่ห่างจากอาคารที่นอนพักรักษาตัวประมาณ 300 เมตร ด้านหลังเป็นป่ากว้าง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน