"น้ำพุโซดาบาล"ยังอยู่ เกือบ 2 ปีน้ำพุ่งไม่ลด เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร

24 พ.ย. 2565

น้ำพุโซดาบาดาลยังอยู่  แม่ค้าในพื้นที่วอนปรับภูมิทัศน์ต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้านนายกเล็กห้วยกระเจา ชวนดื่มน้ำแร่โซดาเพื่อสุขภาพ อนาคตพร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร

 
วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2565) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจ น้ำพุโซดาบาดาล โครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ในการหาแหล่งน้ำมาบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งซ้ำซากให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งพุโซดานี้ตั้งอยู่ในท้องที่ หมู่ 12 บ้านสระตาโล ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย

น้ำพุโซดาบาดาล ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จากนั้นได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับประเทศ  แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 คน เดินทางมาทดลองดื่ม น้ำพุที่มีรสชาติคล้ายกับโซดา รวมทั้งถ่ายภาพเซลฟี่กับน้ำพุที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าระดับ 10-20 เมตร ไว้เป็นที่ระลึก ทำให้เกิดร้านค้า ร้านอาหาร รวมทั้งร้านกาแฟ ผุดขึ้นโดยรอบบริเวณ แต่หลังจากเกิดวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวเริ่มซบเซาลงการพัฒนาไม่สามารถเดินต่อไปได้

 


นางพิมพา ไชยลังกา เจ้าของร้านเจ้พิม เล่าว่า เปิดร้านขายอาหารจานเดียวมาตั้งแต่สมัยพุโซดาบาดาลเริ่มรุ่งเรือง  โดยขณะนั้นมีร้านค้าอยู่นับร้อยร้าน  ทำให้เม็ดเงินสะพัดในพื้นที่เป็นจำนวนมาก  แต่หลังจากเชื้อโควิด-19 ระบาด สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็เริ่มซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าต่างๆ ที่มีอยู่เริ่มทยอยปิดตัวลง ปัจจุบันนี้เหลืออยู่แค่ 3 ร้านเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 100 คน ทำให้พอขายอาหารได้บ้าง อย่างน้อยวันละกว่า 1 พันบาท หรือ 800 บาท แต่ก็มีบางวันที่ขายไม่ได้เลย โดยเฉพาะวันธรรมดาจันทร์-ศุกร์ ภาพรวมก็ยังพออยู่ได้ แต่ต้องใช้จ่ายกันอย่างประหยัด

ทั้งนี้อยากฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้มาช่วยพัฒนาพื้นที่
น้ำพุโซดาบาดาล ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนในอดีต เบื้องต้นขอให้มาสร้างที่นั่งพักให้กับนักท่องเที่ยวที่มาในวันหยุดเพื่อหลบแดด เพราะช่วงเวลากลางวันนั้นอากาศค่อนข้างร้อนจัด




ด้าน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลห้วยกระเจา อภิชาต สืบศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน น้ำพุโซดาบาดาล ยังคงมี "แร่โซดาห้วยกระเจา" จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวเช่นเดิน โดยจำหน่ายเป็นแพค แพคละ 1  โหล ราคา 100 บาท เงินที่ได้มาจะนำไปจ่ายค่าไฟฟ้าและจ่ายค่าแรงให้กับผู้ดูแล โดยอนาคตทางเทศบาลจะนำตัวอย่างน้ำแร่ไปตรวจที่ อย. เมื่อ อย.ผ่านให้แล้ว จะเริ่มทำแพคเกจให้สวยงาม เพื่อนำไปเป็นของฝากสำหรับเทศบาลในอนาคต และจะโฆษณาโปรโมทไปถึงเทศบาล , อบต. และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ทราบ เมื่อหน่ายงานเหล่านั้นมีการจัดกิจกรรม ทางเทศบาลของเราก็จะนำไปแจกหรือจำหน่ายเพื่อให้ทุกคนได้ทดลองดื่ม
 


ที่ผ่านมามีชาวบ้านหลายคนที่ได้ดื่มน้ำแร่โซดาห้วยกระเจา พบว่าสุขภาพดีขึ้น จึงมีการบอกต่อๆ กันไป  บางคนเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่และอีกหลายจังหวัด ได้นำกลับไปดื่มที่บ้าน เมื่อดื่มแล้วรู้สึกสุขภาพดีขึ้น จึงโทรหาญาติที่อยู่ใกล้เคียงมาซื้อแล้วส่งไปให้ บางรายถึงกับเดินทางมาซื้อแบบเหมาเพื่อนำไปฝากญาติพี่น้องก็มี

สำหรับวันหยุด รวมทั้งช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง อยากเชิญชวนทุกคนมาเที่ยวชมสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น คือ น้ำพุโซดาบาดาล ที่ขุดเจาะพบมาแล้วร่วม 2 ปี แต่พุโซดาก็ยังพวยพุ่งอย่างสวยงาม ไม่ยอมหยุด และไม่มีท่าทีว่าปริมาณจะลดลง สุดท้ายนี้ก็หวังว่าประชาชนชาวตำบลห้วยกระเจา รวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรี และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่เคยมา จะยังคงจำกันได้ และไม่ลืมว่าแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ในอนาคตทางเทศบาลจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังอย่างถาวรต่อไป



ด้าน นายสุเวทย์ สินสถาพรพงศ์ หรือลุงเกี๊ย อายุ 65 ปี กล่าวว่า ตนเองได้มอบที่ดินบริเวณพบพุโซดาบาลให้กับหน่วยงานรัฐไปจำนวน 2 งาน และที่บริเวณจุดจ่ายน้ำให้กับประชาชนอีกประมาณ 2-3 ไร่ ครั้งแรกที่พบพุโซดาบาล ทาง อบจ.ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้เข้ามาสำรวจ และต้องใช้พื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 60-100 ไร่ แต่ก็คงเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะพื้นที่โดยรอบพุโซดาบาดาลมีอยู่กว่า 10 เจ้าของ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน