ร้องผู้ว่าฯ 3 จังหวัดค้านทำเหมืองทองคำครั้งใหม่

24 พ.ย. 2565

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ได้ส่งตัวแทนจากประชาชนจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ เดินทางมายื่นหนังสือให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 2 จังหวัด เพื่อคัดค้านการเดินหน้าทำเหมืองทองคำครั้งใหม่และคัดค้านการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนประชาชน 3 จังหวัดพิษณุโลก, จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ในนามกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ จำนวน 13 คน นำโดย  ประธานกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ อารมย์ คำจริง ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้กับ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ภูสิต สมจิตต์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อคัดค้านการเดินหน้าทำเหมืองทองคำครั้งใหม่ และคัดค้านการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมี  ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดพิษณุโลก อธิปไตย ไกรลาศ เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ลงมารับมอบหนังสือจากนางอารมย์ คำจริง

โดยขณะนี้เนื่องจากอยู่ระหว่างบริษัทอัคราไมนิ่งรีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ถูกดำเนินคดีด้วยตามที่มีข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ว่าเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่รอบเมืองแร่ทองคำ 3 จังหวัด พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ โดยจะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 3 วันในพื้นที่ 3 จังหวัด ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่วัดวังขวัญ ตำบลวังโพรง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่วัดหนองขนาก ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่วัดดงหลง ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป้ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวอาจจะถูกนำไปใช้ประกอบการเดินหน้าเปิดทำเหมืองทองคำครั้งใหม่


ประธานกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ  อารมย์ คำจริง กล่าวว่า ในนาม กลุ่มประชาคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำซึ่งประกอบไปด้วยประชาชน 5 จังหวัด คือพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี ซึ่งเป็นผู้ร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและ ป. ป. ช. ให้สอบสวนการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัทอัคราฯ ในหลายประเด็นซึ่งผลการสอบสวนพบว่าบริษัทอัคราฯ ทำเหมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในหลายกรณี หนึ่งในนั้นคือการขยายโรงงานโลหกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดตามข้อร้องเรียนจริง จึงรับไว้เป็นคดีพิเศษ ที่ 39/2562 และอยู่ระหว่างการสอบสวน

ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ในส่วนของ ป. ป. ช. เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทอัคราฯ ทำเหมืองทองคำใน 15 แปลงประทานบัตรบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีรวม 15 คดี โดยมี 3 แปลงจาก 15แปลงประทานบัตรที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องเพิกถอนประทานบัตร เนื่องจากเป็นการทำเหมืองทองคำในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ 

แต่กลับไม่ได้ดำเนินการเพิกถอนประทานบัตรเดิม และ กลับอนุญาตต่อประทานบัตรให้กับบริษัทอัคราฯ เพื่อให้เดินหน้าทำเหมืองทองคำครั้งใหม่ ทั้งที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี จึงเป็นการอนุญาตไปโดยมิชอบ จึงได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้สอบสวนดำเนินคดีเอาผิดกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาต โรงงานโลหกรรม และ ประทานบัตร โดยมิชอบแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ของ ป. ป ช.


นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนตามกฎหมายของประเทศไทย ดังนั้นการที่บริษัท อัคราฯ จะเดินหน้าทำเหมืองทองคำครั้งใหม่จึงอาจจะเป็นไปโดยมิชอบ ในฐานะที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ ตรวจสอบ กำกับดูแล การประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ของบริษัทอัคราฯ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงขอคัดค้านการเดินหน้าทำเหมืองทองคำครั้งใหม่ และ คัดค้านการเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองทองคำ ใน 3 จังหวัด พิจิตร พิษณุโลกเพชรบูรณ์ เอาไว้ จนกว่าจะมีการสอบสวนดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัทอัคราฯ ให้ครบถ้วน ตามกฎหมายของประเทศไทย ทุกคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และ ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศไทย พร้อมกันนี้ขอให้ท่านผู้ว่าฯรายงานการคัดค้านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อขอให้เร่งรีบดำเนินการ ระงับยับยั้งการเดินหน้าการทำเหมืองทองคำเอาไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน