เส้นทาง "ควายน้ำ" ก้าวสู่มรดกเกษตรโลก (คลิป)

13 พ.ย. 2565

มารู้จักกับวิถีการเลี้ยงควายน้ำหรือควายปลักแห่งพื้นที่ชุมน้ำ ทะเลน้อย หลังจากที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชา ชาติ(FAO)ประกาศให้เป็นพื้นที่ “มรดกทางการเกษตรโลก” ที่สะท้อนวิถีชุมชนและย่างก้าวสำคัญในการอนุรักษ์ควายน้ำอย่างยั่งยืน

 

เป็นเรื่องที่น่ายินดี!ที่สุดกับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายน้ำทะเลน้อย ทั้งเขตจ.พัทลุงและสงขลา ที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ประกาศให้วิถีการเลี้ยงควายปลักพื้นที่ทะเลน้อย เป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย  และนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์วิถีการเลี้ยงควายอย่างจริงจังที่กลุ่มผู้เลี้ยงรอคอยมานานเพราะในความเป็นจริงการเลี้ยงควายน้ำทะเลน้อยมีปัญหาและอุปสรรคหลายปัจจัยที่ทำให้จำนวนผู้เลี้ยงและปริมาณควายน้ำลดลงนั่นเอง

จำนวนควายที่เกษตรกรเลี้ยงในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยในปัจจุบันมีเพียง 2 พื้นที่หลัก คือที่ตำบลพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ ตำบลบ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งมีอยู่ราว 3,000 ตัว และมีแนวโน้มลดลดทุกปี สวนทางกับกระแสการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงที่มีไฮไลน์สำคัญนำนักท่องเที่ยวชมทะเลบัวและวืถีควายน้ำทะเลน้อย ทำให้มุมหนึ่งของเกษตรกรที่สืบทอดการเลี้ยงควายน้ำมองว่าที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐยังไม่มีแผนการอนุรักษ์ที่จริงจัง 
 


จุดเด่นของควายน้ำทะเลน้อยหรือควายปลัก ที่แตกต่างจากควายในพื้นที่อื่นๆคือควายที่นี่..หากินในน้ำและดำน้ำได้นาน 20 วินาที แต่ปัญหาที่กลุ่มผู้เลี้ยงควายยุคปัจจุบันเจอ คือสภาพน้ำท่วมแหล่งอาศัยที่กินเวลายาวนานจากน้ำท่วม 2 เดือนกลายเป็น6เดือน แม้ควายน้ำจะมีทักษะในการอาศัยอยู่กับน้ำ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าจำเป็นต้องมีผืนดินให้ควายได้ยืนพัก เพราะหากอยู่ในน้ำนานๆ ก็จะป่วยและมีโอกาสตายสูง

การขึ้นทะเบียนให้วิถีการเลี้ยงความทะเลน้อยเป็นมรดกโลกทางการเกษตร สำหรับมุมมองของคนเลี้ยงควายหวังเพียงว่า หลังจากนี้ชาวบ้านจะรับการส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีการเลี้ยงควายน้ำทะเลน้อยอย่างจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะการผ่อนผันข้อจำกัดต่างๆที่เกี่ยวกับแหล่งพักหรือคอกพักซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย


 


ชมคลิปที่นี่

 

จากอาชีพการเลี้ยงควายน้ำที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่น สู่รุ่นในการหารายได้เลี้ยงครอบครัวของชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยเนื้อที่กว่า 17,500 ไร่ พัฒนาสู่การเป็นวิถีเลี้ยงควายน้ำที่ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์  จวบจนปัจจุบันเมื่อวิถีการเลี้ยงควายก้าวสู่การเป็นมรดกทางการเกษตรโลกจึงเป็นอีกก้าวย่างสำคัญในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าวิถีการเลี้ยงควายน้ำที่มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน