จับยกแก๊ง 3 คนร้าย "ปล้นทอง" 95 บาท ปากแข็งปฏิเสธ ตร.คุมตัวฝากขัง

12 พ.ย. 2565

จากกรณีคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกกันน็อก บุกเข้า "ปล้นทอง" ไปภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้อาวุธปืนยิงตู้โชว์กวาดทองรูปพรรณหนัก 95 บาท มูลค่ากว่า 2.8 ล้านหลบหนี ก่อนวางระเบิดปลอมข่มขู่ หวังถ่วงเวลาเจ้าหน้าที่ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อวันที่ 9 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งพบรถจักรยานยนต์ ต้องสงสัย ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวดำ เบาะสีน้ำตาล ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน





โดยรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับ รถจยย. ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ถูกทิ้งไว้ในพงหญ้า ริมถนนวัดบางปลาหมอ-หัวเวียง ม.6 ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 

ล่าสุดกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1, ชุดสืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, ชุดสืบสวน สภ.เสนา ได้สนธิกำลังเข้าจับกุม นายหนึ่ง (นามสมมุติ)  , นายบูม (นามสมมุติ) เป็นชาว อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา  ผู้ต้องหาที่ร่วมกันวางแผนก่อเหตุชิงทอง โดยสามารถจับกุมได้ที่ปั๊้มน้ำมันแห่งหนึ่ง


จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ชุดสืบสวน สภ.เสนา  นำกำลังเข้าปิดล้อม ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน  ต.รางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับจับกุม นายกลอฟ (นามสมุมติ) ผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ถูกออกหมายจับ  ทันทีที่คนร้ายเห็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาได้ลื่นล้มจนได้รับบาดเจ็บที่ขา
 




จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้มีการเจรจาให้ออกมามอบตัว พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำแผลในเบื้องต้น ซึ่งหลังการเจรจาทางญาติ ได้พาตัวผู้ต้องหาออกมามอบตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้นำตัวขึ้นรถไปสอบสวนทันที เพื่อขยายผลติดตามทองคำ ที่คนร้ายก่อเหตุชิงไป




 

รายงานข่าวแจ้งว่า การจับกุมตัวในครั้งนี้  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปตามถนนสายวัดบางปลาหมอ-หัวเวียงแล้วหายไประหว่างทาง แต่พบรถกระบะ สีขาว แบบ 4 ประตู   ขับในเส้นทาง จึงได้สืบสวนจากรถกระบะ 




จนทราบตัวผู้ต้องสงสัย พร้อมกับเฝ้าติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งช่วงเย็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้นำทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง ไปขายที่ร้านทอง ย่านนวนคร จ.ปทุมธานี  จึงทำให้ทราบว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจี้ทอง จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมตัวในเวลาต่อมา 

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า การลงมือก่อเหตุของคนร้าย จะมีนายหนึ่ง  (นามสมมุติ) เป็นคนวางแผน  ส่วนนายบูม เป็นคนเข้าไปก่อเหตุชิงทอง  และนายกลอฟ เป็นคนขับรถกระบะ ไปรับนายบูม  ที่บริเวณจุดที่พบรถจยย.ถูกนำไปทิ้ง ห่างจากร้านทองประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้นจึงได้พากันหลบหนีไปซ่อนตัว

 

3ผู้ต้องหาปฏิเสธ ตร.คุมตัวฝากขังศาล

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่สภ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ผกก.สอบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.พิษณุ ต๊ะปินตา  รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ นัยนา พร้อมด้วย นักงานสอบสวนร่วมกันสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหา โดยได้แยกตัวกันสอบสวน ภายหลังการสอบสวน ได้ควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาออกจากห้องสอบสวน คุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที 



ผู้ต้องหาทั้งให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จึงต้องควบคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับการคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากอัตราโทษสูง ส่วนทองที่ถูกปล้นจากการสอบสวนและตรวจอย่างละเอียดจากทางร้านแล้ว ทั้งสิ้น 86 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังนั้นไม่มีญาติหรือคนสนิท มาเฝ้าสังเกตการณ์หรือมาเยี่ยมเลย 



ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการจับกุมตัว ตำรวจ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า รถจักรยานยนต์ของคนร้าย ได้หลบหนีไปตามถนนสายวัดบางปลาหมอ-หัวเวียงแล้วหายไประหว่างทาง แต่ พบรถยนต์กระบะ สีขาว แบบ 4 ประตู ขับในเส้นทาง จึงได้สืบสวนจากรถกระบะ จนทราบตัวผู้ต้องสงสัย จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม

 

จนเมื่อช่วงเย็นกลุ่มของผู้ต้องสงสัยได้นำทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในย่านนวนคร จ.ปทุมธานี จึงนำไปสู่การเข้าควบคุมตัว  



โดย มีหนึ่ง เป็นคนวางแผน  บูม เป็นคน เข้าไปก่อเหตุชิงทอง และ กลอฟ เป็นคนขับรถยนต์กระบะ ไปรับ บูม ที่บริเวณจุดที่พบรถจยย.ถูกนำไปทิ้ง ห่างจากร้านทองประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วหลบหนีไป

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน