เตือนภัย มิจฉาชีพในคราบนทท.ต่างชาติ

8 พ.ย. 2565

ที่ร้านอาหาร แซ่บ แซ่บ บริเวณโค้งประปา ถนนนานาชาติ อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มักจะเดินเที่ยวและดื่มกินกันในพื้นที่จุดนี้กันเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ สุชีรา น้ำใจเก่งดี อายุ 39 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เมื่อเวลา 20.10 นาฬิกา วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลักษณะเป็นชาวแขกขาว พูดภาษาอังกฤษ ได้ทำทีเดินเข้ามาขอซื้อเบียร์ 1 ขวด ในราคา 70 บาท และได้ยื่นเงินสดให้ 1 พันบาท แต่นักท่องเที่ยวรายนี้แจ้งว่า เคยซื้อเบียร์ในราคา 55 บาท และว่าทางร้านขายแพงจึงไม่ซื้อ ทางร้านจึงได้คืนเงินให้

 

หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวรายนี้ได้เปลี่ยนใจ บอกว่าขอซื้อเบียร์ 2 ขวด ทางร้านจึงได้หยิบเบียร์ให้ แต่นักท่องเที่ยวรายนี้แจ้งว่ายังไม่ได้เงินทอน ทั้งที่พนักงานของร้านคืนเงินหนึ่งพันบาทให้ไปแล้ว ด้วยความงง ทางพนักงานของร้านจึงได้ทอนเงินคืนไปให้ 860 บาท ก่อนที่นักท่องเที่ยวรายนี้จะเดินออกจากร้านไป


แต่ทางร้านสงสัยจึงได้เปิดกล้องวงจรปิดดู พบว่านักท่องเที่ยวรายนี้ ได้รับเงินคืนจากทางร้านไปแล้วแต่ซ่อนไว้หลังโทรศัพท์มือถือที่ถืออยู่ จึงเชื่อว่านักท่องเที่ยวรายนี้เป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน จึงได้ออกตามหาตัวนักท่องเที่ยวคนนี้แต่ไม่พบ จึงได้รีบไปแจ้งความไว้แล้วที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี

นอกจากที่ร้านแห่งนี้แล้ว ผู้สื่อข่าวได้ทราบข้อมูลว่า มีร้านอีกหลายร้านที่ถูกมิจฉาชีพในคราบนักท่องเที่ยวต่างชาตินี้เข้ามาก่อเหตุด้วย

 


ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ธีรนัย ยอดระยับ อายุ 33 ปี ผู้จัดการร้านเฝอลุงโฮ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเช่นกัน โดย ธีรนัย เล่าว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินเข้ามาซื้อเบียร์ภายในร้าน ซึ่งร้านของตนเป็นร้านอาหารประเภทชาบู ในตอนแรกตนเองก็สงสัยว่าทำไมนักท่องเที่ยวรายนี้ ไม่ไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมาซื้อเราก็ขายให้ ในราคาขวดละ 75 บาท หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวรายนี้ได้ยื่นแบงค์พันให้ ต่อมาทางร้านกำลังจะทอนเงิน แต่นักท่องเที่ยวรายนี้ได้อ้างว่าทางร้านขายแพงและขอเงินคืน ทางร้านก็ได้คืนเงินให้ แต่จู่ๆ นักท่องเที่ยวรายนี้เปลี่ยนใจบอกว่าขอซื้อเบียร์ 2 ขวด และบอกว่ายังไม่ได้รับเงินทอน

ในระหว่างนั้น ทางร้านกำลังมีลูกค้าเยอะ ทำให้ไม่ทันคิด พนักงานได้ยื่นเงินคืนไปจำนวน 1 พันบาท ก่อนที่นักท่องเที่ยวรายนี้จะรีบเดินออกจากร้านไป หลังปิดร้านก็มาตรวจนับเงินปรากฏว่าเงินได้หายไปจำนวน 1 พันบาท จึงได้มาเปิดกล้องวงจรปิดดู และพบพฤติกรรมสุดแสบของนักท่องเที่ยวรายนี้ จึงเชื่อว่านักท่องเที่ยวคนนี้เป็นมิจฉาชีพแน่นอน เพราะทางร้านได้คืนเงินให้ไปแล้วในรอบแรก แต่กลับอ้างว่า ยังไม่ได้เงิน เพราะภาพวงจรปิดจับภาพชัดว่า นักท่องเที่ยวคนนี้เอาเงินใส่ในกระเป๋ากางเกงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งลักษณะของนักท่องเที่ยวรายนี้จะใส่แมสปิดบังใบหน้าตลอด ตนจึงอยากฝากเตือนไปยังร้านค้าต่างๆในพื้นที่เขตตัวเมืองกาญจนบุรี ให้ระวังนักท่องเที่ยวแสบรายนี้ให้ดีและพยายามตั้งสติให้ดี หากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนเช่นร้านของตน
กอบชัย ยิ้มเชิง สำนักข่าวเนชั่น จ.กาญจนบุรี 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน