บก.ปทส.ประชุมคดีเมืองทองเร่งรัดสำนวนคดี อัคราฯ รุกป่า

7 พ.ย. 2565

รองประธานกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ วันเพ็ญ พรมรังสรรค์ พร้อมชาวบ้าน เข้าพบผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดยมอบ รอง ผบก.ปทส. พ.ต.อ.พิบูลย์ เวียงจันทร์ รับหนังสือจากชาวบ้าน

 

เนื้อหาในหนังสือระบุว่า ขอทราบความคืบหน้าผลการดำเนินคดี และขอให้เร่งรัดดำเนินคดี 15 คดีกรณีบริษัท อัครารีซอร์ส เซสจำกัด (มหาชน) กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในจ.พิจิตร และ เพชรบูรณ์ และขอให้อายัดประทานบัตรที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี เพื่อไม่ให้มีการได้รับอนุญาตครั้งใหม่ เหตุเพราะทำผิดกฎหมาย

 

อ้างถึง รายงานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ วันที่ 4 ตุลาคม 2565 ตามที่กรมป่าไม้ แจ้งเอาผิดกับบริษัทอัครารีซอร์สเซสจำกัด (มหาชน) ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และทางสาธารณะ รวม 15 คดี อันเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ในจ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ ในช่วงเดือน ตุลาคม 2563 โดยผลการสอบสวนพบการบุกรุกพื้นที่ครอบครองการทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต


จากการเปิดเผยของอธิบดีกรมป่าไม้ อดิศร นุชดำรงค์ พบการกระทำความผิด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบประกอบการรวบรวมพยานหลักฐาน ได้พบการกระทำความผิดเกี่ยวกับที่ดินของบริษัทอัคราฯ รวมพื้นที่ 15 แปลงใน 3 จังหวัด แบ่งเป็นแปลงประทานบัตรในอ.ทับคล้อ จ.พิจิตร บุกรุกผืนป่ารวม 35 ไร่ แปลงประทานบัตรในอ.วังโปง จ.เพชรบูรณ์ 16 ไร่ บ่อกักโลหะกรรมที่ 1 พื้นที่บ้านวังทรายพูนใน บุกรุกป่า 4 ไร่ บ่อกักโลหกรรมที่ 2 พื้นที่เดียวกัน บุกรุกป่า 3 ไร่ 

 

เป็นการกระทำผิด 3 ประการคือ 1.ทำลายถนน ทางสาธารณะ ที่ไม่ได้ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ ทำเหมืองแร่ออกนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต นำพื้นที่ที่อนุญาตใช้ประโยชน์ไปออกเอกสารสิทธิ์ รวมพื้นที่การกระทำความผิด 73 ไร่ จากการเปิดเผยจากรองอธิบดีกรมป่าไม้ ชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีนี้ กล่าวว่าให้ย้อนไปดูคำสั่ง คสช เมื่อปี 2559 ซึ่ง ระบุให้เหมืองหยุด กิจการเพื่อปรับปรุงข้อผิดพลาดจากเรื่องสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และอาชีวอนามัย ไม่ใช่สั่งปิดกิจการ ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2560 ได้ประสานการปฏิบัติภารกิจหลายหน่วย พบการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ โดยไม่ถูกต้อง ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีเอาผิดกับบริษัทอัศราฯ มาแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 และถึงขณะนี้ครบ 2 ปีเต็มแล้วจึงได้ติดตามทวงถามความคืบหน้าทางคดี ไปยังอธิบตีกรมป่าไม้ และ รองอธิบดีกรมป่าไม้

 

 

โดยในวันที่ 5 ตุลาคม 2565 ข้าพเจ้าได้รับแจ้งขณะประชุมร่วมกับรองอธิบตีกรมป่าไม้ ชีวะภาพ โดยปรากฎรายละเอียดตามบันทีกรายงานการประชุมหน้าที่ 9 ที่ประชุมมีมติขอให้กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ไปติดตามผลการดำเนินคดีกับ บก.ปทส. เนื่องจากปัจจุบันคดียังอยู่ในขั้นพนักงานสอบสวน


โดยพบว่าแปลงประทานบัตร 3 ใน 35 แปลงที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี กระทรวงอุตสาหกรรม กลับอนุญาตประทานบัตรไปโดยมิชอบเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าทางคดี อันจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศไทย

 

 

จึงขอทราบความคืบหน้าผลการดำเนินคดีว่าบัดนี้มีความคืบหน้าแล้วถึงไหนอย่างไร และขอให้ท่านเร่งรัตตำเนินคดีเอาผิดกับบริษัทอัคราฯ ตามอำนาจหน้าที่และตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป รวมถึงขอให้อายัดแปลงประทานบัตรเลขที่ 26912/15367/26930/15365/66933/15366 ไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

 

พ.ต.อ.พิบูลย์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ บก.ปทส.ได้รับไปแล้ว และในวันนี้ที่มายื่นในส่วนของพนักงานสอบสวน ได้มีการประชุมคดีเมืองทองอัคราฯ เพื่อเร่งรัดสำนวนคดี มีรายงานว่าการประชุมคณะพนักงานสอบสวน บก.ปทส.วันนี้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล เดินทางมาที่ บก.ปสท. ด้วย

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน