พ่อพาหนุ่มหัวร้อนขับรถปาดหน้า รองผู้กำกับสืบสวน มาขอโทษ เผยสำนึกผิดที่ทำไป เพราะรีบไปทำงาน

24 ต.ค. 2565

จากกรณีที่ โลกโซเชียลแชร์คลิปวีดีโอ รถกระบะตู้ทึบหัวร้อนฉุน รถป้ายแดงขับช้าก่อนแซงปาดหน้า ลงไปโวยวายต่อว่าท้าทาย โดยที่คนขับรถเก๋งใจเย็นก่อนจะแยกย้ายกันไป โดยที่คนขับรถเก๋งป้ายแดงคันดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระดับ รอง.ผกก.สืบสวน สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังเกิดเหตุ ทาง รองผู้กำกับ ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.พระประแดง เนื่องจากพฤติกรรมที่ / ขับรถประมาทหวาดเสียวไม่คำนึงถึงความปลอดภัย / เพราะถนนเส้นดังกล่าวเป็นภายในถนนชุมชน เป็นถนน 2 เลนสวน ต้องขับด้วยความระมัดระวัง และ ไม่ขับรถเร็ว / ข่มขืนใจผู้อื่นทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดซอยสุขสวัสดิ์ 39 ตำบลตลาด อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2565

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2565 ที่ สภ.พระประแดงสมุทรปราการ นายสม (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี (พ่อ) พร้อม นายกล (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี (ลูกชาย) คนขับรถกระบะตู้ทึบในคลิป ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.ธนกฤต รวยอารี รอง ผกก.สืบสวน สภ.พระประแดง ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งป้ายแดง เพื่อมาขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทาง พ.ต.ท.ธนกฤต เผยว่า โดยส่วนตัวตนเองไม่ติดใจเอาความ หรือ เอาเรื่องแต่อย่างใดถือว่าเอาบุญเพราะพึ่งผ่านวันเกิดมา แต่ก็ต้องดำเนินคดีของกฎหมายจราจร ข้อหาแซงรถในพื้นที่คับขัน ดำเนินการเปรียบเทียบปรับไป จำนวน 400 บาท


นายกล (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี คนขับรถคันก่อเหตุ ได้เล่าว่า ตนขับรถมา ท่านรองผู้กำกับขับรถอยู่ข้างหน้าตน ตนใจร้อนด้วยเพราะมันสายแล้วเลยแซงขึ้นไป ท่านรองก็บีบแตร ตนเลยจอดรถเดินลงมาด้วยความใจร้อน แล้วใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมพูดออกไป ตนได้ขับรถออกมาจากบ้านพักที่อยู่ตำบลบางกอบัว เพื่อไปทำงานที่ซอยอิโนะ เกิดเหตุช่วงเวลา 06.30 น. - 07.00 น. ตนต้องรีบไปเข้างานให้ทัน 07.00 น. ตนได้รีบขับรถและไปเจอรถท่านรองตรงหลังโรงเรียนป้อมแผลงไฟฟ้า จนไปถึงจุดเกิดเหตุ ตนได้ขับรถจี้ และได้แซงรถท่านรองขึ้นมา ท่านรองเลยบีบแตรยาวๆ ในขณะที่ตนกำลังขึ้นสะพาน ตนเลยจอดรถด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ตนบอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นเพราะความใจร้อน และอยากจะขอโทษท่านรองที่ตนใจร้อนไปและไม่สมควรทำแบบนี้ ตนจึงฝากบอกถึงคนที่ประกอบอาชีพแบบนี้ ให้ทำอะไรมีสติ ใจเย็น อย่าใจร้อนเพราะจะทำให้เกิดเรื่องขึ้นกว่านี้

นายสม (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี พ่อของคนขับรถคันก่อเหตุ ได้เล่าว่า ลูกชายได้มาบอกตนว่าวันนั้นเขาได้รีบขับรถไปที่ทำงาน และ ได้มาเจอรถอีกคันขับช้า ขับแบบเหมือนหาร้านของกินอะไรสักอย่าง ลูกชายรีบจะไปทำงานให้ทันเวลาเลยขับรถปาดขึ้นไป รถอีกคันจึงบีบแตรน่าจะเตือนสติลูกชายตนมากกว่า แต่ลูกชายตนได้มีอารมณ์ฉุนเฉียวเพราะอีกคันขับรถช้า และ ยังมีแตรใส่อีก ตนบอกว่าลูกชายมีนิสัยใจร้อนแต่ไม่เคยเป็นขนาดนี้ นี่เพิ่งครั้งแรก ตนก็เป็นครั้งแรกที่ต้องมาโรงพักแบบนี้ แต่ก็คอยจะเตือนสติเขาตลอดให้ใจเย็น ๆ ตนไม่รู้เลยรถที่ลูกชายไปมีเรื่องคือรถ รองผู้กำกับ มารู้จากดูข่าวและมีคนส่งคลิปมาให้จึงรู้ว่าเป็นลูกตน ตอนนี้ลูกชายได้สำนึกแล้ว และ ลูกสะใภ้กำลังท้องกำหนดคลอดเดือนธันวาคม ตนอยากจะบอกท่านรองว่า ขอโทษท่านรองที่ลูกชายได้วู่วามขนาดนี้ ตนรู้สึกเหมือนว่าตนอบรมลูกชายได้ไม่ดีพอ คือพยายามบอกสอนตลอดให้ตั้งสติ ขับรถให้ระวังๆเพราะลูกชายขับรถส่งสินค้า บอกลูกตลอดว่าบนถนนมันมีหลายรูปแบบพยายามให้ใจเย็น อย่าใช้อารมณ์วู่วาม วันนี้จึงพาลูกชายมาพบท่านรองผู้กำกับ เพื่อมาขอโทษ และให้มาสัญญาต่อท่านรองว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก จะไม่ใจร้อนอีก ตนยังบอกอีกว่าโชคดีมากที่เป็นรถท่านรอง ถ้าเป็นคนอื่นที่หัวร้อนด้วยกันมันอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้ขึ้น


พ.ต.ท.ธนกฤต รวยอารี รอง ผกก.สืบสวน สภ.พระประแดง เล่าว่า วันนั้นเป็นวันที่ 22 ตุลาคม เป็นวันเกิดตนพอดี ได้ไปทำบุญใส่บาตร ปล่อยปลาที่หน้าโรงพัก ก่อนที่จะเกิดเหตุได้ขับรถไปที่ปากซอยสุขสวัสดิ์ 39 และ ได้ไปเจอรถคันคู่กรณีขับตามหลังมา และ มาจี้ท้ายรถตนในลักษณะขับรีบ ๆ ก็โดนจับจี้มาตลอดทาง ลักษณะของซอยนั้นเป็นซอยแคบ มีประชาชนสัญจรไปมาตลอดเวลา พอมาถึงจุดเกิดเหตุตนพยายามเบี่ยงซ้ายเพื่อให้เขาแซงขึ้นไปก่อน ตนเลยบีบแตรใส่เพื่อให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง ปรากฏว่าเขาเลือดร้อนอารมณ์ร้อนและได้เบรกกะทันหันตรงทางขึ้นสะพานพอดี และก็เดินลงมาปรากฏภาพตามคลิป วันนี้ทางพ่อผู้ก่อเหตุได้พาลูกชายมาขอโทษ จากที่เห็นพฤติกรรมของเขาก็ดูสำนึกแต่ไม่รู้จะสำนึกได้มากน้อยแค่ไหน ต้องดูต่อ ๆ ไป ทางผู้ก่อเหตุได้สัญญากับตนว่าจะไปทำสาธารณะประโยชน์ที่วัดเพื่อไถ่โทษและแบ่งบุญกัน ถ้าเขาสามารถทำตามที่เขาได้ลั่นวาจาไว้ ตนก็ขออนุโมทนาบุญด้วย ตนไม่ได้ติดใจอะไร แต่มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นละครบทเดิม ๆ ในการที่กระทำความผิดแล้วเอากระเช้ามาไหว้มาขอโทษ ตนมองว่ามันเป็นเรื่องเดิม ๆ เนื่องจากตนเห็นแก่ภรรยาของเขาซึ่งตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน และ เขาเป็นคนหาเงินหลักในการจุนเจือครอบครัว ถ้าตนได้ทำอะไรลงไปมันจะกระทบคนอื่นอีกหลายๆคน ในส่วนความรู้สึกส่วนตัวตนไม่ติดใจเอาความอะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดกับรัฐว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน