รวบแล้ว! ไอ้พจน์โจรจี้ร้านสะดวกซื้อ 3 แห่งเมืองมหาชัย

5 เม.ย. 2565

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 4 เม.ย. 2565 พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.พัฒน์ปกรณ์ ชั้นประเสริฐ รอง.ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.สราวุธ ศรีชัย รอง.ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ยอดชาย แก้วเรือง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหา 1.นายประพจน์  (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 78/2565 ลง 4 เมษายน 2565

โดยกล่าวหาว่า  ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน   จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ยี่ห้อ INDEX สีดำ ด้านหลังมีสติ๊กเกอร์ 811    จำนวน 1 ใบ เสื้อคลุมแขนยาว สีดำ    จำนวน 1 ตัว กางเกงยีนส์ขายาว สีน้ำเงิน  จำนวน 1 ตัวถุงมือผ้า สีเทา   จำนวน 1 คู่ รองเท้าหนังเทียม ยี่ห้อ PUMA สีขาว แถบสีดำเลือดหมู จำนวน 1 คู่กางเกงยีนส์ขายาว สีดำ ยี่ห้อ Mc (พบอยู่ใต้เบาะ) จำนวน 1 ตัว รองเท้าแตะแบบสวม สีน้ำเงินคาดเหลือง (พบอยู่ใต้เบาะ) จำนวน 1 คู่ แผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 1 กฒ 4870สมุทรสาคร (พบอยู่ใต้เบาะ) จำนวน 1 แผ่น มีดปอกผลไม้ สแตนเลส ด้ามสีดำ ความยาวรวมด้าม 23 ซม.จำนวน 1 เล่ม


สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 1 เมษายน 2565  เวลา 03.17 นาฬิกา  ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 1 คน สวมหมวกกันน๊อกสีดำแบบเต็มใบ ยี่ห้อ INDEX สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ สวมถุงมือสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีขาว แถบคาดน้ำเงินหรือสีดำ ยี่ห้อ PUMA ก่อเหตุใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์   ที่ร้านสะดวกซื้อ  7-11 สาขาปากทางสวนส้ม ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดประมาณ 10,000 บาท หลังก่อเหตุ คนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไป

 ต่อมาสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร  ได้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ วิเคราะห์พฤติกรรมคนร้าย วางแผนการตรวจป้องกันเหตุ โดยได้สำรวจข้อมูลร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งหมด 99 แห่ง แบ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงจำนวน 20 แห่ง ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ แต่งกายชุดพนักงานเซเว่นไปเฝ้าประจำ แห่งละ 2 นาย ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน จนถึงเวลา 05.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น


และเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2565  เวลา 02.40 นาฬิกา คนร้ายได้พยายามชิงทรัพย์ ที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาเบญจทรัพย์ ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  แต่ไม่ได้ทรัพย์สิน เนื่องจากพนักงานวิ่งหลบหนี ออกจากร้านไปได้ก่อน จากนั้นคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ย้อนเส้นทางเดินรถมุ่งหน้าตัวเมืองสมุทรสาคร ต่อมาเวลา 02.46 น. คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาเอกชัย 15 (เดอะพราว) ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดประมาณ 7000 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับขี่ รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง หลบหนีไปจนถึงเวลา 05.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ย้อนเส้นทางเดินรถมุ่งหน้าตัวเมืองสมุทรสาคร

 สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร  ได้วิเคราะห์พฤติกรรมคนร้าย พร้อมทั้งวางแผนติดตามจับกุมคนร้าย และแผนการป้องกันเหตุ  จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้าน 7-11 ที่เกิดเหตุ และจากกล้องวงจรปิดของรถโมบาย CCTV UNIT ที่จอดป้องกันเหตุ อยู่บนถนนเอกชัย บริเวณแยกหมู่บ้านเดอะพราว ตำบลมหาชัยฯ  ทำให้เห็นตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และรถที่นำมาใช้ก่อเหตุได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  จึงทราบว่ารถที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง วงล้อสีทอง และจากการสังเกตพฤติกรรม พบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 3 แห่ง มีแผนประทุษกรรมคล้ายกันทั้ง 3 ครั้ง  ซึ่งคนร้ายได้มีการวางแผนเตรียมการเป็นอย่างดี กล่าวคือ แต่งกายมิดชิด สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบ สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ  สวมถุงมือทั้งสองข้าง เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ จะจอดรถจักรยานยนต์ ในจุดที่ห่างหรือไม่มีกล้องวงจรปิด คอยสังเกตดูที่ร้าน 7-11 ที่จะก่อเหตุ หากไม่มีลูกค้าหรือช่วงที่ปลอดคน คนร้ายจะเข้าไปภายในร้าน และกระโดดข้ามเค๊าท์เตอร์เข้าไปหาพนักงาน ตะโกนคำว่า “นี่คือการปล้น” และใช้อาวุธมีดจี้บังคับพนักงาน ให้เปิดช่องเก็บเงิน แล้วส่งเงินให้คนร้าย โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป จึงได้วางแผนการปฏิบัติเพื่อจับกุมคนร้าย

 โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ แต่งชุดพนักงานเชเว่น หรือชุดนอกเครื่องแบบ ไปประจำร้านเซเว่นทุกสาขาในเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 99 แห่ง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ไม่ติดภารกิจอื่น แต่งกายชุดนอกเครื่องแบบ ออกตะเวนตรวจเต็มพื้นที่ เพื่อหารถจยย.และคนร้ายตามลักษณะดังกล่าว ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน ถึง เวลา 05.00 น.จัดชุดเคลื่อนที่เร็วทั้งรถยนต์ และรถ จยย.คอยสนับสนุน ติดตาม หากพบผู้ต้องสงสัย หรือพบตัวผู้ก่อเหตุ

 จนกระทั่ง เมื่อใกล้สว่างเวลา 02.40 น.วันที่4 เม.ย.65 เจ้าพนักงานตำรวจที่เฝ้าประจำร้าน 7-11 สาขาซอยบ้านปลายคลองครุ(ใกล้โรงแรมโนอาร์) สังเกตพบชายต้องสงสัย แต่งกายลักษณะและใช้ยานพาหนะ คล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ดังกล่าว จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ และแจ้งศูนย์วิทยุเพื่อสกัดติดตาม จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าว ได้ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานต่างระดับ เข้าเมืองสมุทรสาคร ถนนเศรษฐกิจ ม.7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   และได้จับกุมนายประพจน์ (สวงนนามสกุล) ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 78/2565 ลง 4 เมษายน 2565 ซึ่งนายประพจน์ฯ รับสารภาพว่า ได้เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวข้างต้น จริง  นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในนามของตำรวจภูธรภาค 7 ได้ฝากถึงพี่น้องประชาชน ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้ทำงานอย่างเต็มที่ สืบสวนหาข่าวเพื่อปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมาย ตามวิสัยทัศน์ “ทำงานเชิงรุก เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน”เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ขอชมเชยพร้อมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป

วุฒิเดช ก้อนทองคำ คมชัดลึกทั่วไทย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน