มอบชุดยังชีพและชุดอาหารสด ส่งต่อให้ผู้ที่แยกกักตัวที่บ้าน และบุคลากรทางการแพทย์  

21 ก.ค. 2564


เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดนครปฐมสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม โดยนางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยนางสาวชวนชม จันทะวงษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม ดร.สุดารัตน์  พงศ์อัมพรไกวัล วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม นางทัศนีย์ ชัยคุณแสง พัฒนาการจังหวัดนครปฐม นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครปฐม 




ร่วมมอบชุดยังชีพ ชุดอาหารสด เพื่อส่งมอบต่อให้แก่ผู้แยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation ในอำเภอเมืองนครปฐม 52 ครอบครัว จำนวน 52 ชุด และชุดอาหารกล่องพร้อมรับประทาน จำนวน 400 กล่อง ให้ผู้แทนในพื้นที่ (อพม.ผู้นำชุมชน) และสาธารณสุขจังหวัดนครปฐมเพื่อนำไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์  ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม และศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์  อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม  ซึ่งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมได้ระดมความร่วมมือ จัดชุดยังชีพมอบให้แก่ประชาชนทุกอำเภอในจังหวัดนครปฐมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุและเด็ก) ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด – 19 อีกทั้งยังได้นำผลผลิตจากโครงการ “ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร” ให้กับโรงครัวในจังหวัดนครปฐม เพื่อให้โรงครัวได้นำวัตถุดิบที่มีคุณภาพไปประกอบอาหารเพื่อมอบให้แก่บุคลากร           ทางการแพทย์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดต่อไป


​สถานการณ์โรคโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐมในวันนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยเริ่มมีจำนวนลดลง (วันที่ 21 กรกฎาคม 2564) ตรวจพบผู้ติดเชื้อ 198 ราย สัญชาติไทย 128 ราย ต่างชาติ 70 ราย จังหวัดนครปฐม พบผู้ป่วยโควิด-19      รวมทั้งสิ้น 9,430 ราย  ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือการดำเนินกิจกรรมรวมกลุ่ม ในครอบครัว ตลาด โรงงาน สถานประกอบการ การติดจากบุคคลในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน  ในทุกอำเภอได้จัดทำมาตรการ เน้นการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิด การแยกผู้ป่วยออกจากกลุ่มสัมผัสต่าง ๆ ลดการเดินทางไปยังแหล่งชุมชน สถานที่แออัด



ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคขณะนี้พบการติดเชื้อร้อยละ 54 % ติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน จึงขอแนะนำให้หลีกลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกัน ดังนั้นในทุกองค์กร หรือครอบครัวขอให้ใส่หน้ากากอนามัยให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะในที่ทำงานให้ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน และเมื่ออยู่ในบ้านที่มีผู้สูงอายุขอแนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง 

 


ปนิทัศน์ มามีสุข   นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.นครปฐม 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน